| |||
อั่งเปา
สมัยก่อน เด็กทุกคนอยากให้ถึงวันตรุษจีนเร็วๆ เพื่อจะได้รับอั่งเปาจากเหล่าบรรดาญาติพี่น้อง แล้วเอามาอวดซองกันว่าใครได้รับกี่ซอง ส่วนเงินในซองนั้นพวกเด็กโตต่างคุยกันว่าใครได้รับเงินจำนวนเท่าไร แล้ววางแผนว่าจะเอาเงินดังกล่าวไปใช้สอยอะไรบ้าง คำว่าอั่งเปา 红包 หรือ ขงเป๊า หมายถึงซองสีแดง หรือกระดาษแดงพับใส่ของคือเงินหรือสิ่งอื่น ที่มีผู้ให้และผู้รับ การใช้ซองสีแดง เพราะถือกันว่า สีแดงเป็นสีแห่งความมีโชคมีลาภ ตามประวัติความเป็นมาของอั่งเปา ต่างยังไม่แน่ใจกันว่ามีความเป็นอย่างไร แต่ในสมัยราชวงศ์ฉินระหว่างก่อนค.ศ. ๒๒๑ ๒๐๗ ได้มีการกล่าวถึง ผู้อาวุโสแจกเงินเหรียญที่มีรูร้อยให้แก่ผู้น้อยด้วยเชือกไหมสีแดง แต่เงินเหรียญที่แจกแต่ละพวงจะมีกี่เหรียญนั้นยังไม่มีข้อมูล เหรียญมีรูสี่เหลี่ยมที่ใช้กันหลอมทั้งทองคำและทองบรอนซ์ ตลอดจนทองแดงบริสุทธิ์ โดยจี๋นซีฮ่องเต้ได้ทรงกำหนดน้ำหนักของเหรียญรูสี่เหลียมที่เรียกว่า ปานเหลียง มูลค่าของเหรียญ จึงแตกต่างกัน หากเป็นเหรียญทองคำย่อมมีค่าสูงสุด เงินเหรียญเหล่านี้กำหนดให้ใช้ในหัวเมืองทั้ง ๓๖ แห่งของอาณาจักรจี๋นซีฮ่องเต้ การให้ของขวัญเป็นเงินเหรียญผูกด้ายแดง จึงได้เริ่มมาตั้งแต่นั้น ตามฐานะของแต่ละคนที่ให้ การให้เงินแก่ผู้น้อยนี้ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เป็นการไล่ภูตผีปีศาจในวันปีใหม่ ที่เรียกว่า 压岁钱 ย้าซุ้ยเฉียน ต่อมาเมื่อมีการพิมพ์กระดาษได้แล้ว จึงได้มีการเปลี่ยนจากการร้อยเหรียญเป็นพวง เป็นการห่อด้วยกระดาษแดงและการให้ของขวัญด้วยการห่อกระดาษแดง ได้พัฒนามาเป็นการให้ของขวัญด้วยซองกระดาษสีแดง มาจนปัจจุบัน
การเอาเงินใส่ซองอั่งเปา มีธรรมเนียมอย่างไรนั้น สรุปว่า ๑. ห้ามเอาเหรียญใส่ในซอง เพราะทำให้เกิดน้ำหนักที่ผู้รับทายได้ว่าเป็นเงินเท่าไร ๒. จำนวนเงินที่ใส่ ให้ถือเอา จำนวนตัวเลขที่เป็นมงคลเท่านั้น เช่น ธนบัตรกี่ใบ เช่น ๘ใบ ๑๘ใบ ๘๘ใบ ๑๖๘ใบ ฯลฯ ๓. ห้ามเอาจำนวนตัวเลขที่ไม่เป็นมงคลมาใช้ เช่น ๔ ออกเสียงเป็น ซี่ แปลว่า ตาย จึงไม่ใช้เลข ๔ ๔๐ ๔๐๐ ๔๔๔ หรือเลขที่เกี่ยวกับงานศพ เช่น ๓ ๗ ๑๔ ๒๑ ๒๗ ๒๘ ๓๕ ๔๒ ๔๙ ๑๐๐ ๔. จำนวนเงินที่ใส่ในซองอั่งเปา ให้ใส่ตามฐานะของตน และตามลักษณะของงานด้วย เช่น งานแต่งงานของญาติใกล้ชิดย่อมมากกว่าญาติห่าง ๕. บางกรณี เช่นงานแต่งงาน บางครั้งญาติผู้ใหญ่ใกล้ชิด ไม่ได้ใส่เงิน แต่เป็นของมีค่า เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ตุ้มหู แหวน เป็นต้น การให้อั่งเปา เนื่องในโอกาสอะไรบ้าง ๑. เด็กถือกำเนิดครบ ๓๐ วัน บิดามารดาจัดพิธีฉลองให้ มีขนมอิ่วปึ่ง ไข่ต้มทาสีแดง เอาไปไหว้หิ้งพระประธานและซินจู้ประจำบ้าน ไหว้พระตามศาลเจ้าและแจกญาติเพื่อนบ้าน ฝ่ายญาติเมื่อได้รับของแล้วก็จะเอาซองอั่งเปาทำขวัญเด็ก ใส่ภาชนะขนมที่ให้มาตามเดิม กระดาษแดงสมัยก่อนหายาก จึงใช้ซองธูปตัดแล้วพับเป็นซองให้ หรือบางบ้านเอาขนมออกแล้วเอากระดาษแดงใส่แทนก็มี ๒. วันแต่งงาน เจ้าบ่าวเตรียมซองไว้ เมื่อถึงบ้านเจ้าสาวที่จะต้องแจกอั่งเปาให้ผู้กั้นประตูเงินประตูทอง เมื่อเจ้าบ่าวถึงบ้านเจ้าสาวไหว้เทพเจ้าประจำบ้านแล้ว ญาติผู้ใหญ่ ต่างรับไหว้ โดยเพื่อนเจ้าบ่าวเรียกญาติตามลำดับอาวุโส เจ้าบ่าวเจ้าสาวถือถาดน้ำชาพร้อมกัน ในถาดมีถ้วยชาสองถ้วย แล้วทั้งคู่กล่าวพร้อมกันเชิญญาติกินน้ำชา เช่น หยี่เจกหยี่โส้เจียะเต๋ ญาติรับถ้วยน้ำชามากิน แล้ววางอั่งเปาไว้ในถาด พิธีนี้ทำทั้งบ้านเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ปัจจุบันมักจัดงานในโรงแรม สะดวกทั้งสองฝ่าย สำหรับผู้ที่ได้รับบัตรเชิญงานแต่งงาน ย่อมต้องใส่ซองจำนวนเงินซึ่งขึ้นอยู่กับฐานะของตน แต่โดยธรรมเนียมแล้ว ในแวดวงสังคมนั้นๆจะมีขั้นต่ำอยู่แล้ว ๓. วันตรุษจีน เป็นวันที่เด็กๆอยากให้ถึงเร็วๆ จะได้อั่งเปา นอกจากได้เงินแล้ว ยังถือกันว่า เป็นการไล่ภูตผีปีศาจออกไปอีกด้วย การให้อั่งเปาวันตรุษจีน มีธรรมเนียมว่า ให้เด็กและผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่ปัจจุบันคตินี้อาจเปลี่ยนไป การไหว้กับข้าวในวันสิ้นปี เป็นการชุมนุมญาติพี่น้อง เมื่อไหว้เสร็จต่างรับประทานอาหาร คุยกันฉันท์เครือญาติ แล้วแจกอั่งเปาให้เด็กๆ หากบางบ้านไหว้เสร็จ อาจพาเด็กๆไปไหว้ญาติพี่น้องที่อยู่ไกล เด็กๆก็จะได้รับอั่งเปาอีกด้วย ๔. การจัดงานคล้ายวันเกิด บางครั้งมีการจัดงานคล้ายวันเกิดให้บุตรหลานของตน ฝ่ายญาติผู้ใหญ่ที่ไปในงาน ต่างแจกอั่งเปาให้เจ้าของงานคล้ายวันเกิด ๕. ตามวันสำคัญของญาติมิตร เช่น วันขึ้นบ้านใหม่ วันแซยิด วันที่ลูกน้องเกษียณจากบริษัท เป็นต้น
ผู้รับซองอั่งเปา ควรและไม่ควรทำอะไรบ้าง ๑. ไม่ควรแกะซองต่อหน้าผู้ให้ ๒. บอกขอบคุณและไหว้ตามธรรมเนียม ๓. เมื่อแกะซองดูแล้ว ปรากฏว่า ญาติผู้นั้นให้เงินใส่ซองจำนวนน้อยนิด ไม่สมกับฐานะของผู้ให้ที่มีฐานะร่ำรวย ไม่ควรนำไปกล่าวติเตียนให้คนอื่นได้ยิน เพราะสักวันหนึ่งคงถืงหูผู้ให้ ให้ถือว่าเงินจำนวนนั้นเป็นเงินศิริมงคล
ขนบธรรมเนียมประเพณีการให้อั่งเปา ที่ยึดถือปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ นับเป็นประเพณีที่ดีงาม เป็นการช่วยเหลือเกื้อหนุนญาติพี่น้องสนิทมิตรสหาย เป็นการแสดงน้ำใจของผู้ให้ที่ให้ตามฐานะและกาลเวลา ทำให้ผู้รับรู้สึกปลื้มใจ ที่ได้รับความกรุณาจากญาติพี่น้อง เป็นการสร้างความสนิทสนมกลมเกลียวให้สืบต่อไปชั่วลูกหลาน อย่างไม่มีที่สิ้นสุด สมบูรณ์ แก่นตะเคียน ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๖
*****
|
|
|
|
|