| |||
หลี่ทิก้วย
ตำนานได้กล่าวไว้ว่าถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๐ ค่ำ เดือน ๗ ตามจันทรคติจีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ระหว่าง พ.ศ. ๓๔๑ ๕๓๕ เป็นคนแซ่หลี่ ชื่อตัวว่า หนิงเอี๋ยง หรือ หงซุ่ย หรือหลี่เชวียน หลี่เชวียนเป็นคนหนุ่มที่มีรูปร่างคมสัน สติปัญญาเฉลียวฉลาด ชอบถือศีลกินเจ และบำเพ็ญเพียรเป็นประจำ หลี่เชวียนรำพึงว่า ตนเราเกิดมาแล้วต้องตาย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ความอยากคือดาบอันคมกริบที่คอยตัดรอนธรรมอันบริสุทธิ์อยู่เสมอ ลาภยศทรัพย์สินเงินทองเป็นยาพิษ คอยเบื่อให้จิตใจหลงเมามัว ถึงแม้จะเป็นฮ่องเต้ มีอาณาจักรกว้างใหญ่ทั้งสี่ทิศ ก็เหมือนกับก้อนเมฆลอยอยู่นอกดวงจันทร์เท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของไม่เที่ยง เหตุใดหนอมนุษย์จึงไม่พิจารณา กลับปล่อยให้จิตใจจมปลักอยู่กับโลกียธรรมที่ผูกมัดอยู่เป็นปีที่ล่วงไป ไม่น่าหลงอยู่กับวัฏจักรเหล่านี้เลย
เมื่อหลี่เชวียนคิดได้ดั่งนี้ เขาจึงออกธุดงค์เข้าป่าเขาไปตามถ้ำ ตลอดจนตามศาลเจ้าโรงเจ แต่ก็ยังไม่สำเร็จมรรคผล เพราะไม่มีอาจารย์ชี้แนะ
หลี่เชวียนจึงกลับมาปฏิบัติบำเพ็ญเพียรที่สำนักของตนตามโอวาทของไท่ซังเล่าจุน จนสำเร็จญาณสามารถถอดวิญญาณออกไปท่องเที่ยวได้ คนที่สนใจสมัครมาเป็นศิษย์หลายคน ข้างไท่ซังเล่าจุนกับอวนคูเซียนขี่นกกระเรียนมาบนยอดเขานัดกับหลี่เชวียนจะไปท่องเที่ยวตามถ้ำพืดเขาเทียนซานทางภาคตะวันตก หลี่เชวียนจึงให้เย่จื่อศิษย์เฝ้าร่างตนไว้พร้อมกับสั่งว่า หากครบเจ็ดวันแล้วตนไม่มาให้เผาร่างนี้เสีย ว่าแล้วหลี่เชวียนก็ถอดวิญญาณออกจากร่างไปหาสองเซียนตามที่นัดกันไว้ พอถึงวันที่หก ทางบ้านบอกเย่จื่อว่ามารดาเจ็บหนัก เย่จื่อคิดหนักว่าจะไปรักษาพยาบาลมารดาดีหรือเฝ้าร่างของอาจารย์ดี จึงปรึกษากับเพื่อนศิษย์ด้วยกันว่าจะทำอย่างใดดี เมื่อความคิดที่ว่า อาจารย์สั่งสอนศิษย์เมื่อโตใหญ่ แต่มารดาสั่งสอนตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ จะเอาบุญคุณของอาจารย์กับมารดามาเทียบกันคงไม่ได้ ถ้าทิ้งร่างอาจารย์ก็เป็นแต่ผิดสัญญา แต่ถ้าไม่ไปรักษาพยาบาลมารดาก็จะกลายเป็นคนอกตัญญู เมื่อคิดได้ดังนี้จึงจัดการเผาศพของอาจารย์ แล้วรีบกลับไปบ้าน แต่มารดาถึงแก่กรรมเสียก่อน
ฝ่ายไท่ซังเล่าจุนกับอวนคูเซียนต่างนำวิญญาณหลี่เชวียนท่องไปตามสำนักเซียนที่ภูเขาเทียนซาน ๓๖ สำนัก เพื่อให้หลี่เชวียนศึกษาปฏิบัติทางเวทมนตร์และสมาธิทุกสำนัก กล่าวกันว่า หลี่เซียนได้ศึกษาเวทมนตร์กับเทพเจ้าซื่อหวังมู่ และเล่าจื่อปรมาจารย์แห่งลัทธิเต๋าด้วย เมื่อครบ ๗ วันแล้วทำให้หลี่เชวียนร้อนใจเรื่องร่างของตน จึงลาอาจารย์มาที่โรงเจ ไม่พบร่างกายของตน มีแต่กระดูกยังติดไปกรุ่นอยู่จึงรู้แจ้งชัดแล้ว วิญญาณจึงล่องลอยไปยังเชิงเขาแห่งหนึ่ง เห็นศพขอทานเพิ่งตาย น่าตาน่าเกลียด ผมเผ้ารุงรัง ขาพิการข้างหนึ่ง มีไม้เท้าและถุงข้าวสารวางอยู่ข้างศพ เขาไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจเข้าสิงศพขอทาน จึงกลับฟื้นขึ้น เวทมนตร์คาถาศักดิ์สิทธิ์ตื่นทันทีด้วยมีร่างกายอาศัย เขาจึงเสกไม้เท้าให้เป็นเหล็ก ถุงข้าวสารเป็นน้ำเต้า แล้วกลับไปหาเย่จื่อ เสกมารดาเย่จื่อที่ตายไปให้ฟื้นขึ้น ต่างเล่าให้ฟังซึ่งกันและกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ทิก๋วยลี้ให้ยาวิเศษแก่เย่จื่อหนึ่งเม็ดทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วย ทำมาหาเลี้ยงมารดาจนสิ้นอายุขัย แล้วตนจึงไปบำเพ็ญเพียรที่สำนักเก่าของทิก๋วยลี้จนสำเร็จเป็นเซียน ทิก๋วยลี้จึงกลับมานำเย่จื่อไปอยู่ในสำนักเซียนเดียวกัน
โป๊ยเซียนเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและความร่ำรวย ทิก๋วยลี้เป็นเซียนแห่งยาและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
: สมบูรณ์ แก่นตะเคียน ๘ มกราคม ๒๕๕๐
Title : Li Tieh Kuai : One of the Eight Immortals
: Somboon Kantakian
|
|
|
|
|