| |||
กำเนิดลัทธิมหายาน
ภายหลังจากพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานได้ ๑๐๐ ปี หรือ พ.ศ. ๑๐๐ ได้มีการทำสังคายนากันเป็นครั้งที่ ๒ ได้มีภิกษุประชุมกันเป็นหมื่นองค์ ต่างถกเถียงกันหลายเรื่อง และเรื่องพระวินัยวัตถุ ๑๐ ประการ เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือ ผลสรุป ๕ ข้อของพระมหาเทวะ เกี่ยวกับพระอรหันต์ และเรื่องอื่นๆอีกมาก ภิกษุหลายรูปได้แต่งเติมพระสูตร หลายรูปมีความรู้ไม่ลึกซึ้ง ต่างแยกเป็นฝ่ายใหญ่ฝ่ายย่อย มากมาย ต่างความคิดเห็น ลัทธิฝ่ายมหายานจึงได้เริ่มเกิดขึ้นในสมัยนี้ โดยถือเอานิกายมหาสังฆิกา หรือยานพาหนะใหญ่หรือนิกายฝ่ายเหนือเป็นหลักเพราะมีการยืดหยุ่นในพระวินัย ซึ่งมีความขัดแย้งกับนิกายวิภัชวาท หรือเถรวาทหรือนิกายฝ่ายใต้หรือหินยานหรือยานพาหนะเล็กที่ยึดถือเอาพระวินัยอย่างเหนียวแน่น นิกายฝ่ายเหนือจึงเผยแผ่ไปยังเมืองต่างๆทางภาคเหนือเข้าเอเชียกลาง อาฟกานิสถาน ธิเบต ซินเจียง และเข้าประเทศจีนต่อมาเผยแผ่ไปยังเกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม
ตามคติมหายานถือว่าโลกมี ๑๐ อาณาจักร คือ อาณาจักรของพระพุทธเจ้า๑ ของพระโพธิสัตว์๑ ของพระปัจเจกพุทธเจ้า๑ ของสาวกพระพุทธเจ้า๑ ของเทวดา๑ ของภูติ๑ ของมนุษย์๑ ของเปรต๑ ของเดรัจฉาน๑ และของคนชั่วช้า๑ ในแต่ละอาณาจักรมีคุณลักษณะของกันและกัน ๑๐ อาณาจักรย่อยๆ รวมทั้งหมดจึงเป็น ๑๐๐ อาณาจักร และแสดงคุณลักษณะโดย ตถตา คือ เหมือนเช่นนั้น ธรรมชาติเป็นเช่นนั้น อำนาจเป็นเช่นนั้นแล ฯลฯ
ดังได้กล่าวแล้วว่าฝ่ายมหายานสามารถ ยืดหยุ่นไปตามกาลเทศะ ดังนั้นจึงมีพระสูตรต่างๆที่พระภิกษุนักปราชญ์ได้รจนาขึ้น และได้จัดสังคายนาครั้งที่ ๔ ขึ้นที่แคว้นแคชเมียร์ แต่ฝ่ายหินยานไม่ได้เข้าร่วมสังฆกรรมด้วย พระภิกษุที่สำคัญองค์หนึ่งคือพระวสุพันธุ ได้รจนาสัทธรรมปุณฑริกสูตรหรือลัทธิดอกบัวขาวหรือเมี่ยวฝ่าเหลียนฮัวจิง 妙法蓮華經 ซึ่งเป็นพื้นฐานให้พระภิกษุจื้ออี่ แห่งวัดโกวชิงซื่อได้พัฒนาขึ้นเป็นลัทธิเทียนไถ 天台宗 โดยอาศัยการแปลความจากคัมภีร์ดังกล่าวแล้ว
********
|
|
|
|
|